เถ้าภูเขาไฟส่งผลต่อการบินอย่างไร?

การที่ภูเขาไฟระเบิด จะส่งเถ้าภูเขาไฟออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบทางอากาศต่อผู้คนที่หายใจเข้าไป ยังส่งผลกระทบต่อเครื่องบิน และ การบินอีกด้วย

เถ้าภูเขาไฟ

ผลกระทบของเถ้าภูเขาไฟต่อการบิน

ความเสี่ยงในการทำให้เครื่องยนต์ขัดข้อง

  • เถ้าภูเขาไฟประกอบด้วย อนุภาคที่ละเอียด และ แข็ง ซึ่งสามารถเข้าสู่เครื่องยนต์ของเครื่องบินได้และทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรง. อนุภาคเถ้าภูเขาไฟที่ถูกดูดเข้าไปในเครื่องยนต์อาจจะทำให้ เครื่องยนต์ขัดข้อง หรือ หยุดทำงาน ได้ ซึ่งในบางกรณีอาจส่งผลให้เครื่องบินตก
  • หากเครื่องยนต์ได้รับเถ้าภูเขาไฟเข้าไป อาจจะทำให้ การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์, ทำให้ สูญเสียกำลังเครื่องยนต์ หรือ เครื่องยนต์ดับไปชั่วขณะ

การลดทัศนวิสัย

  • เถ้าภูเขาไฟสามารถ ลดทัศนวิสัย อย่างรุนแรงในขณะที่เครื่องบินบินผ่านบริเวณที่มีเถ้าภูเขาไฟ. อนุภาคของเถ้าภูเขาไฟที่ลอยอยู่ในอากาศทำให้เกิด หมอกหนา ซึ่งทำให้การมองเห็นในขณะบินมีความยากลำบาก
  • ในการบินระดับต่ำ การลดทัศนวิสัยอาจส่งผลต่อความสามารถในการหลีกเลี่ยงอุปสรรคต่าง ๆ เช่น เมฆหรือภูมิประเทศที่อาจเป็นอันตราย

การทำลายระบบอิเล็กทรอนิกส์

  • เถ้าภูเขาไฟมีความสามารถในการทำลาย ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ของเครื่องบิน เช่น ระบบนำทาง, ระบบสื่อสาร, และอุปกรณ์ต่างๆ ในเครื่องบิน. หากอนุภาคของเถ้าภูเขาไฟตกลงบนเครื่องบินอาจทำให้ระบบต่าง ๆ ขัดข้องและเกิดอุปสรรคในการบิน
  • เถ้าภูเขาไฟอาจทำให้ ปีกเครื่องบิน หรือ กระจกหน้าต่าง เสียหายได้จากการสะสมของเถ้า การบินผ่านเถ้าภูเขาไฟเหมือนการเสี่ยงหวยเลยล่ะครับ การเลี่ยงการบินผ่านจะดีที่สุดครับ

การสึกหรอของเครื่องบิน

  • เถ้าภูเขาไฟเป็นอนุภาคที่มีความ แข็งแรง ซึ่งเมื่อพวกมันกระทบกับผิวเครื่องบินจะทำให้ เครื่องบินสึกหรอ ได้. หากเครื่องบินบินผ่านบริเวณที่มีเถ้าภูเขาไฟติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดการ กัดกร่อน และ การเสียหาย ที่ผิวของเครื่องบิน โดยเฉพาะที่ส่วนของ กระจกหน้าต่าง, ปีกเครื่องบิน และ เครื่องยนต์

การเปลี่ยนเส้นทางบิน

  • การระเบิดของภูเขาไฟมักจะสร้างเถ้าภูเขาไฟที่ลอยขึ้นไปในอากาศ ซึ่งอาจลอยสูงถึง 30,000 ฟุต หรือสูงกว่านั้นได้, ซึ่งบางครั้งอาจทับซ้อนกับ เส้นทางการบินปกติ ที่เครื่องบินโดยสารบินผ่าน. ดังนั้นการปิดเส้นทางบินหรือ เปลี่ยนเส้นทาง เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อปกป้องความปลอดภัยของผู้โดยสาร
  • การยกเลิกเที่ยวบิน หรือ เปลี่ยนเส้นทางบิน เป็นมาตรการที่ใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการบินในพื้นที่ที่มีเถ้าภูเขาไฟสะสม
เถ้าภูเขาไฟ

ผลกระทบต่อสุขภาพของผู้โดยสาร

  • แม้ว่าเถ้าภูเขาไฟจะไม่สามารถเข้าไปในห้องโดยสารของเครื่องบินได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากมีระบบกรองอากาศ แต่ อนุภาคละเอียด ของเถ้าภูเขาไฟที่อาจรั่วไหลเข้ามาภายในเครื่องบินในบางครั้งอาจส่งผลต่อ สุขภาพของผู้โดยสาร โดยเฉพาะในผู้ที่มี โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ หรือ ภูมิแพ้
  • อนุภาคเหล่านี้อาจทำให้ หายใจลำบาก, ระคายเคืองในตา, หรือ อาการภูมิแพ้ ได้

ผลกระทบต่อการบินในระยะยาว

  • ในกรณีที่ภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่และมีการปล่อยเถ้าภูเขาไฟปริมาณมหาศาลลงสู่ชั้นบรรยากาศ, อาจทำให้ การบินในพื้นที่กว้าง ต้องหยุดชะงักเป็นเวลานาน ซึ่งการปิดเส้นทางบินหรือการระงับการบินในช่วงเวลานั้นจะมีผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจ เนื่องจากการ หยุดบริการ และ การยกเลิกเที่ยวบิน

การป้องกันและวิธีรับมือกับเถ้าภูเขาไฟในการบิน

  1. การติดตามสภาพภูมิอากาศ: หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น NASA, The Volcanic Ash Advisory Centers (VAAC) และ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ทำการติดตามและทำนายทิศทางการกระจายตัวของเถ้าภูเขาไฟอย่างใกล้ชิด. ข้อมูลนี้จะถูกส่งไปยัง ผู้ให้บริการการบิน และ นักบิน เพื่อหลีกเลี่ยงการบินเข้าไปในพื้นที่ที่มีการปนเปื้อนของเถ้าภูเขาไฟ
  2. การฝึกอบรมนักบิน: นักบินจะได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับวิธีการรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากการบินผ่านพื้นที่ที่มีเถ้าภูเขาไฟ โดยให้ความรู้เกี่ยวกับการ เปลี่ยนเส้นทาง หรือ หลีกเลี่ยงการบินในพื้นที่ที่มีเถ้าภูเขาไฟ
  3. การใช้เครื่องมือสื่อสารอัจฉริยะ: การติดตั้งระบบการเตือนภัยใน เครื่องบิน ที่สามารถระบุพื้นที่ที่มี เถ้าภูเขาไฟ และ แจ้งเตือนทันที สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการบินผ่านพื้นที่ที่อันตรายได้
  4. การเปลี่ยนเส้นทางและการยกเลิกเที่ยวบิน: ในกรณีที่การบินในเส้นทางที่มีเถ้าภูเขาไฟไม่ปลอดภัย, การเปลี่ยนเส้นทาง หรือ ยกเลิกเที่ยวบิน จะเป็นการตอบสนองที่ดีที่สุดเพื่อปกป้องความปลอดภัย

สรุป

เถ้าภูเขาไฟสามารถส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการบินโดยทำให้เครื่องยนต์ขัดข้อง, ลดทัศนวิสัย, ทำลายระบบอิเล็กทรอนิกส์, หรือทำให้เครื่องบินสึกหรอและเสียหายได้